2009/Jun/04

ไม่รู้ว่าจะต้องขอบคุณหรือเคืองโครงการ June Write ดี ที่ทำให้เราเอาของหมักดองออกมาอัพเยอะแยะมากมายทุกวี่ทุกวันได้ขนาดนี้

เมื่อวันก่อนก็ัอัพที่ไป Dublin มา วันนี้อัพไป Lake บ้างดีกว่า

ขอขอบคุณแทนละกันนะ... ดังนั้นใครที่เข้ามาอ่าน... รดน้ำให้ด้วยนะคะ

ขอบ่นก่อนนิดนึง... วันนี้เพิ่งสอบเสร็จไปหนึ่งตัว เหลืออีกสาม ให้เลือกทำ 3 ข้อจาก 9 ข้อ แต่ว่าอ่านไปแค่สามหัวข้อ... แปลว่าบังคับตัวเองทำ =__="

ข้อแรก... เขียนได้ 4 หน้า ข้อสอง... เขียนได้ 3 หน้า ข้อสาม... เขียนได้ไม่ถึงสองหน้า......... อ่า... กรรม

ข้อสามนี่คำถามแบบว่าชวนอึ้ง ไม่รู้เลยว่าจะตอบยังไง... ปีก่อนหน้านี้เค้าก็ไม่ได้ออกแบบนี้ กรี๊ดดดดดด แถซะเจ็บสีข้างเลยทีเดียว... อืมมม ไม่เป็นไรน่า หวังว่าอีกสองข้อจะช่วยฉุด

 

รอบนี้เป็นทริปตอนปิด Easter ปีที่แล้ว ยังเรียน A-level อยู่ที่ Oxford... ไม่ได้กลับไทย (อีกแล้ว) เพราะจะอ่านหนังสือสอบ (สุดท้ายก็ไม่ได้อ่าน) เป็นทริปที่รุ่นพี่มาชวนค่ะ

หมายเหตุ ตอนแรกว่าจะอัพรวดเดียวจบ... แต่มันยาวมาก รูปเยอะด้วย ขอแยกเป็นสองตอนนะคะ ตอนนี้ เล่าเรื่องวีรกรรมรุ่นพี่เราก่อนละกันนะ (ถ้าตามมาเจอบล็อค เราจะโดนด่าไหมเนี่ย???) ตอนหน้าถึงจะเป็นรอบที่เราเองก็เกือบตายค่ะ

 

แต่ก่อนอื่นก็ต้องขอเล่าประวัติความเป็นมาของ Lake District กับเด็กไทยใน Oxford กันซะก่อน

เรื่องมีอยู่ว่า ก่อนที่เราจะมาอังกฤษหนึ่งปี รุ่นพี่เค้าก็ไปเที่ยว Lake District กันมา รอบนั้นเป็นทริปชายล้วน ไปในช่วงเดือนก.พ. มี.ค. ประมาณนี้

Lake District เนี่ย.. ชื่อก็บอกแล้วค่ะว่าเป็นบริเวณทะเลสาบ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ แล้วก็เป็นที่ๆ วิวสวยมาก Beatrix Potter วาด Peter Rabbit ก็ด้วยแรงบันดาลใจจากแถวนี้นี่แหละค่ะ William Wordsworth กวีชื่อดัง ก็ใช้แรงบันดาลใจจากแถวนี้เช่นเดียวกัน ดังนั้น เรื่องความงามทางทัศนียภาพเนี่ย ไม่ต้องพูดถึงเลยทีเดียว

ทริปของรุ่นพี่เรา เนื่องจากเป็นชายล้วน... เค้าก็เลยคิดเดินป่ากัน... ประมาณว่าแบกสมบัติข้ามภูเขาย้ายที่นอนอะไรแบบนั้น แต่ว่าคนที่เตรียมตัวดีๆเนี่ย... ก็มีแค่สองสามคนเท่านั้น คือคนวางทริป ที่เสื้อก็กันน้ำ กางเกงก็กันน้ำ นอกนั้นส่วนใหญ่ก็เสื้อกันน้ำได้ แต่ก็กางเกงยีน อะไรแบบนี้ ยังดี้ ยังดีที่เค้าเอานกหวีดไป แต่ว่าบางคน... ไม่มีอะไรกันน้ำเลย... แล้วก็บางคน... เอากระเป๋าลากไป (=__=)"

เรื่องราวก็ดำเนินต่อไป พวกพี่เค้ากะจะขึ้น Scafell Pike กัน... ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอังกฤษ แต่ระหว่างทางฝนก็ตกค่ะ ก็อากาศมันภูเขานี่นา มันก็คาดเดาไม่ได้ แต่ที่อนาถกว่านั้น... คือ พี่ๆ (สายวิทย์ทุกคนด้วย) ดูพยากรณ์อากาศแล้วลืมไปค่ะ ว่าที่ดูเนี่ยมันข้างล่าง ขึ้นเขาไปมันก็ต้องหนาวกว่านี้ ก็เลยมีคนเป็น Hypothermia หรือว่าแบบชาวบ้านๆ คือจะหนาวตายเนี่ยแหละค่ะ ถึงขั้นได้เป่านกหวีดขอความช่วยเหลือ กลุ่มลูกเสือแถวนั้นต้องมาช่วย และมีบางคนได้ขึ้น Helicopter ลงมาเลยทีเดียว เรียกว่าได้เป็นข่าวเลยล่ะ

หลังจากนั้น คำว่า Lake District เนี่ย... เลยเป็นที่น่าสนใจและอยากรู้อยากเห็นสำหรับรุ่นน้องอย่างเราเอามากๆ และเป็นเรื่องเล่าขานของอ. ที่โรงเรียนเลยก็ว่าได้

จนมีรุ่นพี่ (ก็ครึ่งนึงของกลุ่มนั้นนั่นแหละ) มาชวนเราไปเที่ยว แล้วบอกเราว่ามีพี่ผู้หญิงไปด้วยคนนึง ทริปนี้เอาชิวๆ พายเรือเล่น ไม่เอาแบบคราวที่แล้วแล้ว... แล้วเราก็เชื่อ... (อีีนี่หลอกง่ายอีกแล้ว)

เหมือนกับทริป Dublin และอาจจะขี้เกียจยิ่งกว่าเดิม... เราไม่ได้หาข้อมูล ไม่ได้ทำอะไรเลย การเตรียมตัวก็แค่ถามพี่ๆ เค้าก็บอกว่าเอาอะไรให้มันกันน้ำได้ก็โอเค เพราะกางร่มเดินบนเขา เดี๋ยวฟ้าจะผ่าตายเอา เนื่องจากตอนนั้นอยู่มาสองปี... ที่นี่มีแต่ฝนปรอยๆ เลยเอาเสื้อหนาวผ้าร่มยัดนุ่นที่มันกันลม และเท่าที่ผ่านมา น้ำมันก็ไม่เข้า กางเกงก็ไปซื้อเกงวอร์มผ้าร่ม ที่น่าจะกันน้ำได้มาใส่ทับกางเกงยีนส์ รองเท้าก็มีรองเท้าเดินป่าอยู่ แล้วก็กลัวหนาวตาย เลยเอา Vodka ขวดเล็กที่ซื้อมาตอนไปรัสเซียไปด้วย นอกนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะว่าไม่ต้องแบกกระเป๋า นี่คือการเตรียมตัวของเรา...

นอกจากนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร เอายาแก้หอบพกไป แค่นั้นเอง ไม่ได้กังวลอะไรเลยค่ะ ก็เค้าบอกว่าจะพายเรือเล่นนี่นา แถมก่อนหน้านี้ก็เคยไป Austria กับ Switzerland กับพี่ๆกลุ่มนี้มาแล้ว หน้าก็เดิมๆ เกือบทุกคน เค้าก็รู้ว่าเราเป็นหอบ (เพราะวิ่งขึ้นรถไฟที่ Austria) และกลัวความสูง (ไปเล่นเลื่อนที่ Switzerland) แุถมมีผู้หญิงไปด้วย ต้องไม่เป็นไรอยู่แล้ว แต่ว่ามันไม่เป็นอย่างที่คิดสินะ...

บรรยายมายาวมาก... เอาภาพให้ดูแล้วจะเล่าไปเรื่อยๆ ละกันนะคะ กับทริปที่ชาตินี้ก็ไม่มีวันลืมที่ Lake District ค่ะ

วันแรกเราค้างกันที่ Windermere ค่ะ เป็นทั้งชื่อเมืองและชื่อทะเลสาบ นอน hostel ของ YHA ริมทะเลสาบพอดี

เดินเล่นรอบๆ เมือง มีสวนริมทะเลสาบด้วย

ตึกในภาพข้างล่าง ที่มีหลายชั้นสูงสุดนั่นคือ hostel ค่ะ

 

วันแรกไปถึงก็บ่ายแก่ๆแล้ว ต่อรถไฟหลายรอบมาก เลยไม่ได้ทำอะไร ไปเริ่มเดินเอาวันที่สองค่ะ

วันที่สองก็เดินใน Windermere นี่แหละค่ะ แต่ว่าขึ้นเขา

มีน้ำตก สะพาน แม่น้ำเยอะแยะ

ม้าใครไม่รู้ แต่เราก็ไปเล่นด้วย

อุปสรรคอย่างที่หนึ่ง... เราเป็นคนกลัวตกน้ำค่ะ 555+ มันสวยน่ารัก น่าถ่ายรูปมาก ก็เลยแวะถ่ายรูปกัน สักพักพี่ๆ ก็บอกว่าลองข้ามไปกันเถอะ... เราก็แบบว่า... เอ่อ ถ้าข้ามไปแล้วข้ามกลับ หนูรอฝั่งนี้ได้ไหม??? แต่เค้าจะข้ามแล้วข้ามเลย... โอ้วววว คือน้ำมันสูงเกือบเท่าหิน แล้วเรายังสะพายเป้อีก เรียกว่าต้องจับข้ามทีละก้อนๆ เลยทีเดียว... หนูขอโทษนะคะที่หนูกลัว =__="

ข้ามมาก็ข้ามทุ่ง ไต่เนินกันต่อ

ขึ้นเนินไปสักพัก ก็กินข้าวเที่ยวริมทะเลสาบ ก็เป็น sandwich นี่แหละค่ะ ซื้อตุนๆ กันมา มีเป็ดด้วย น่ารักดี

กินเสร็จก็เดินต่อ... คราวนี้เป็นอุปสรรคอย่างที่สอง... ความสูงค่ะ... คือเราก็รู้นะว่าต้องเิดินขึ้นเขา แต่ว่าไม่คิดว่ามันจะชันขนาดนี้ แถมสองข้างทางก็โล่งมาก ทำให้คิดว่าถ้ากลิ้งเนี่ย... ลงไปถึงข้างล่างแน่ๆ ค่ะ แล้วทางก็ดีๆ ทั้งนั้น ตอนนั้นแอบหลอนละ แต่หารู้ไม่ว่าวันนี้เดินสบายกว่าวันอื่นหลายเท่านัก

ตัวอย่างทางเดิน... เค้าให้เดินตามแนวหินนะ ไม่ใช่หญ้า... ชันได้ใจจริงๆ ได้พ่นยาแก้หอบกลางทางเลย เดินไกลไม่ว่า... แต่ถ้าขึ้นเนินมันเหนื่อยค่ะ ถ้าทางราบ ทั้งวันก็ไหว

เส้นเขียวๆ คือทางเดินค่ะ ทางเดินตามแผนที่เลย ไม่มีป้ายบอกทางนะ ดูแผนที่เอาอย่างเดียว

มันยังไม่เข้า Spring ดี สองข้างเลยยังแห้งๆอยู่

Windermere จากบนยอดค่ะ สวยเนอะ จริงๆ ก็ดีใจอยู่เหมือนกันที่ได้ขึ้นมาดู แต่ว่าอยากให้บอกล่วงหน้าก่อนจะได้ทำใจ 555+

ท่าเรือหน้าที่พักค่ะ

 

วันที่สาม... เราก็ย้ายเมืองไป Eskdale ค่ะ นั่งรถ taxi ไป... ไม่ได้โบกเอาได้ แต่โืทรเรียกเอาค่ะ หลอนมากสำหรับคนกลัวความสูง ต้องปิดตาเลยทีเดียว แล้วรถยังเครื่องห่วยอีก... แบบว่าบิดไม่ขึ้นตรงทางโค้งหักศอกขึ้นเขาอ่ะค่ะ จะเป็นลม แต่ว่าวิวตอนที่ลืมตาดู (ตอนรถเสีย) สวยมากๆ เห็นแล้วนึกถึง Lord of the Rings เลยล่ะ

มาถึง Eskdale ตอนสายๆ ก็เลยไปเมืองใกล้ๆ ไปด้วยยานพาหนะที่น่ารักมากๆๆๆๆ

 

นั่งรถไฟแบบนี้ไปค่ะ เหมือนในสวนสนุกเลย น่ารักดี

ไปลงที่ Muncaster ค่ะ นี่เป็นรูปตรงสถานีรถไฟ... ไม่มีคน มีแต่แกะ

เดินเข้าเมืองหาของกินค่ะ... หิวจัดมาก ไม่เจอบ้านคน ไม่เจออะไรเลย เจอแต่แกะ แทบจะบ้าตาย จะฆ่าแกะมือเปล่าก็กระไรอยู่ แต่ว่าไปเจอทางเข้าที่จอดรถของ Muncaster Castle เลยเข้าไปกินข้าวกัน กินของหวานด้วย

ไอศกรีมที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาในชีวิต รส Double Jersey's Cream ค่ะ

อร่อยมากๆๆๆๆๆ ไม่มีคำบรรยาย อร่อยกว่า G&D ที่ Oxford อีก อร่อยมากจริงๆค่ะ

กินเสร็จก็ออกมาถ่ายรูป

จากใน Castle ค่ะ...

จริงๆ แอบหน้าแตกมากๆ เพราะว่าเห็นมีตัว Castle เลยเข้าไปถามเค้ากันว่าค่าเข้าเท่าไหร่ เค้าทำหน้างงใส่อย่างรุนแรง ว่าเราต้องซื้อตั๋วตั้งแต่ทางเข้าแล้วไม่ใช่เหรอ??? แต่เพราะว่าเราเข้าทางเข้าที่จอดรถ (ก็เห็นอยู่อันเดียว ตอนนั้นหิวแทบจะฆ่าแกะกินแล้ว) เลยไม่ได้จ่าย...

ขอโทษด้วยนะคะ... เอาเป็นว่าเรามาโฆษณาให้ตรงนี้แล้วกันค่ะ

กินเสร็จก็กลับ... มาที่นี่ทำไมเนี่ย???

สองข้างเป็นน้ำขัง ตรงกลางเป็นโคลน

สถานีรถไฟระหว่างรอ... รอนานมาก รอจนลงไปถ่ายรูปเล่นบนราง....

 

 

วันนี้้เอาเท่านี้ก่อนนะคะ ไว้มาเล่าต่อเรื่องเกือบตายคราวหน้า คิดแล้วยังอนาถไม่หาย (=__=)"

ขอย้ำอีกรอบ... อย่าลืมรดน้ำต้นไม้นะคะ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เห็นไอ้หินๆข้ามน้ำแล้วอยากให้มีคนไล่ฆ่ากันตรงนั้นขึ้นมาไงบอกไม่ถูกว่ะแก 55+
#1  by  nanoguy At 2009-06-04 02:29, 
เห็นหินแล้วอยากข้ามอ่ะ
แอบรู้สึกเหมือนใน op k-on เลย
#2  by  Silver_Moony At 2009-06-04 11:13, 
โหยน่าไปมากๆ วิวสวยอะ

รถไฟน่ารักมากกกกกกกกกกก
#3  by  Sp@rk At 2009-06-04 13:09, 
อ่า รูปสวยๆทั้งนั้นเลย
//แต่ขึ้นชื่อเอ็นทรีย์ซะ ฮ่าๆ บีเคยเล่าให้ฟังแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
น่ากลัวได้อีกอ่ะ เหอๆ ^^"

ว่าแต่... มันฝนตกจนเปียกขนาดนั้นเลยหรอ embarrassed

พีเอส - รดน้ำให้แล้วนะจ๊ะ question
#4  by  mishiko~ (131.111.213.38) At 2009-06-04 20:22, 
ขอบคุณค่ะ
#5  by  โหลดเพลง (124.157.236.176) At 2009-10-06 12:47, 
Que se ra
#6  by  scratch and dent (124.157.236.175) At 2009-11-13 10:51, 

<< Home