2009/Jun/04

สอบเสร็จไปสองวิชาแล้ว... เหลืออีกครึ่งเดีียว เย้ๆ

 

มาอัพต่อค่ะ เป็นเรื่องวันที่เราเกือบไม่รอดพอดีเลย

 

ใครยังไม่ได้อ่านภาคแรก คลิ๊กที่นี่นะคะ

 

อย่าลืมรดน้ำให้้ด้วยนะคะ

 

ผ่านมาได้ถึงวันที่ 4 เดินจนน่องปูด ปวดขา ไปซื้อครีมทาเท้าเลยทีเดียว จริงๆ แอบอยากได้ counterpain แต่ว่าหาไม่ได้ =__="

วันนี้ก็อยู่ใน Eskdale ค่ะ ตอนแรกพี่ๆ วางแผนว่าจะไปทะเลสาบ Wast Water กัน ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในอังกฤษค่ะ โดยจะเดินตามทางรอบ Wastwater Screes มีช่วงที่ไต่สันเขาเล็กน้อย แต่ว่าพอลองคุยกับคนที่ hostel ดู เค้าบอกว่าทางในแผนที่ประมาณเกือบครึ่งที่เลียบทะเลสาบเนี่ย มันไม่ใช่ทางบนพื้นจริงๆ เป็นเหมือนเดินตามหินก้อนๆ กองๆ ริมทะเลสาบค่ะ มันอันตราย (แล้วทำไมบนแผนที่มันดูเป็นทางปกติธรรมดาล่ะคะ???) ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนเป็นเดินขึ้นเขา Greendale ไปดูวิว Wast Water จากด้านบนแทน

เนื่องจากว่าแผนใหม่มันใกล้กว่าเดิม ก็เลยไม่ต้องรีบไปก็ได้ ตอนเช้าเลยจะไปดูกำแพงโรมันกันค่ะ ก็เลยออกเดินทาง...

อันที่จริงแล้ว... ซากกำแพงนี้... เดินถนนใหญ่ก็ได้ แต่ว่าเพื่อให้ได้อรรถรสของการเดินชมวิวชนบท เราเลยเดินอ้อมกันค่ะ ทางอ้อมนี่ก็แบบว่าได้ที่มาก ไต่เนิน เดินตัดฝูงแกะ ขอย้ำว่าเดินตัดจริงๆ แบบว่าระหว่างเรากับแกะห่างกันไม่ถึงห้าเมตร ไม่มีอะไรกั้นด้วย ระยะเผาขนมากๆ แถมต้องปีนรั้วอีกต่างหาก เพราะว่าเค้าทำรั้วไว้กั้นแกะค่ะ แต่มีบันไดที่เกือบจะเป็นบันไดลิงให้คนปีน เกินประมาณเกือบชั่วโมง ไต่เนินที่ชันที่สุดในชีวิต สาบานได้ว่ามันชันมากจริงๆค่ะ คิดว่าเิกือบ 60 องศาด้วยซ้ำ... และอย่างที่บอก... เดินไกลไม่เป็นไร แต่เดินชัน เราจะหอบ.... ตอนเช้าก็เลยได้พ่นยาไปหนึ่งรอบ ในที่สุดก็ได้เห็นกำแพงโรมัน

นี่แหละค่ะ คือสิ่งที่เราเดินไต่มาแทบแย่เพื่อมาดู... ตอนเห็นก็แบบว่า เตี้ยขนาดนี้ มิน่าละ มองหาตั้งนานไม่เห็นอะไรที่เป็นกำแพงเลย... คือมันสูงไม่ถึงเอวเราดีอ่ะ แล้วเราเองก็เตี้ยด้วย...

ให้ดูหินสมัยโรมันใกล้ๆ

ดูได้แป๊บนึงก็ย้อนกลับไป hostel เพราะว่าจะต้องนั่ง taxi จาก hostel ไปลงที่ตีนเขา Greendale ค่ะ

ขาลงเหนื่อยน้อยลง แต่หลอนมากขึ้น เพราะเนินชันมาก แถมอย่างที่เคยบอกไปแล้ว... มันโล่งจนถ้าล้มกลิ้งเนี่ย... ลงไปไกลแน่นอน

ได้เห็นน้องแกะด้วย

ขึ้นรถ taxi ก็มีการหลงทางด้วย คนขับฟังเพลงโคตรประหลาด เนื้อเพลงแบบว่าชวนให้สงสัยว่าได้ยินผิดไปรึเปล่า??? มันร้องแบบนี้จริงเหรอ??? เสียดายไม่รู้ชื่อเพลง ไม่งั้นเอามาลงคงฮา

นี่เป็นวิว Wast Water จาก Greendale ค่ะ... ภูเขาใหญ่มากๆ สีเทาๆ นั่นคืออันที่คิดว่าตอนแรกจะเดินรอบ พอเห็นแล้วแบบว่าโชคดีที่ไม่เอา คิดสภาพตอนต้องข้ามสันเขาไม่ออกเลย... ชันได้ใจมากๆ แล้วตรงตีนเขากับทะเลสาบคือทางที่คนที่ hostel บอกว่าอันตรายค่ะ ซึ่งบอกตรงๆ ดูยังไงก็ไม่เห็นอะไรที่คล้ายทาง นึกว่าภูเขามันชันลงน้ำไปเลยด้วยซ้ำ

เดินขึ้น Greendale ขาขึ้น ไม่ชันเท่าไหร่ แต่ว่าทางแคบ แล้วข้างนึงเป็นเนิน/พุ่มไม้/ขี้แกะ อีกข้าง ก็ไม่ถึงกับเหว แต่ว่ามีแต่หินข้างล่าง...

มีลำธาร น้ำตกเล็กๆ ตลิดสองข้างทาง... แต่ว่ามีแค่จุดเดียวที่เข้าไปใกล้ๆได้

เส้นเทาๆ ทางซ้ายคือทาง... กว้างประมาณฟุตนึงน่าจะได้... มันไม่ได้เดินยากอะไรเลยนะ จะว่าไปแล้ว...

แต่ว่าเรากลัวความสูง... ดังนั้นให้มาเดินที่แคบๆ อีกข้างเป็นเนินหินชันๆลงไปแบบนี้... เราจะหลอนและเดินช้ามาก... โชคดีที่ได้ walking stick มาจากรุ่นพี่... แต่ว่าใช้แล้วก็ยังเิดินช้า... ยิ่งเหมือนคุณยายกว่าเดิม 555+

เดินมาครึ่งทาง ก็พักกินข้าว ซื้อ sandwich จาก hostel อีกแล้ว

แถวที่กินข้าวเหมือนกัน Greendale Tarn

 

และแล้วความซวยก็เริ่มมาเยือน... ฝนเริ่มลงเม็ดปรอยๆ ค่ะ แต่พวกเราก็ยังไม่ไ้ด้คิดมาก เพราะว่าที่นี่คืออังกฤษ ฝนตกปรอยๆ เป็นเรื่องธรรมชาติ... เดี๋ยวมันก็หยุด

แต่ว่ามันดันเริ่มเม็ดใหญ่ขึ้น... เอาไงดีล่ะ???

จริงๆ แล้ว... ทางตอนแรกที่เดิน มันมาสุดตรงนี้ค่ะ แต่ว่า ถ้าเดินไต่ๆหิน อ้อมบึงน้ำในรูปข้างบนไปตรงเนินเตี้ยซ้านมือด้านบน มันจะไปเจอทางอีกทางนึงค่ะ

พี่ๆ (ไม่รวมเราอย่างแน่นอน) เค้าก็เลยคุยกันว่าจะเอายังไงกันดี... เพราะว่าทางที่มามันเป็นหินค่ะ ฝนตกมันต้องลื่นอันตรายแน่ๆ แต่ว่าอีกทาง ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง แล้วมันยังต้องเดินขึ้นให้ถึงยอดก่อนจะลงด้วย สุดท้าย พี่ๆ ก็ตัดสินใจเดินต่อค่ะ

ตอนนั้นฝนเริ่มตกหนักมาก... ตั้งแต่อยู่อังกฤษมาปีนี้ปีที่สาม ยังไม่เคยเจอฝนหนักแบบวันนั้นมาก่อน มันหนักจนเสื้อกับกางเกงที่คิดว่ากันได้ มันเปียกโชกเลยค่ะ ถ้าพูดตรงๆ คงต้องพูดว่าเปียกไปจนถึงกางเกงในเลยทีเีดียว

มันฟังแล้วขำนะ แต่ว่าตอนนั้นรู้สึกเหมือนอยากจะบอกพี่ๆ ว่า "พี่คะ เรียก ฮ. มารับหนูได้ไหม???" เหมือน ฮ. เป็นรถ taxi อะไีรแบบนั้น แต่ว่าก็ไม่ได้พูดไป (และก็ดีใจที่ตอนนั้นไม่ได้พูดไป) เพราะว่าเกรงใจพวกพี่ๆ คือเราทำให้เค้าต้องเดินช้าๆ พักบ่อยๆ มาหลายรอบ เกรงใจมากๆ

ที่แย่ที่สุดคงเป็นที่ เราหอบแย่มาก... แบบว่าพ่นยาไป พอดีขึ้น ไม่ถึงสิบห้านาที เราก็หอบใหม่... พ่นยาก็ไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันจะ overdose ไหม เดี๋ยวจะซวยกว่าเดิม เพราะจริงๆ ปกติ เราไม่เคยพ่นยาแก้หอบสองครั้งในวันเดียวมาก่อนในชีวิต มาพ่นตอนทริปนี้เนี่ยแหละ...

แต่ว่าพวกพี่ๆ ก็ใจดี เวลาเราขอหยุด (ซึ่งคิดๆ ดูแล้วก็หน้าจะทุกๆ 25 เมตรก็ว่าได้... ทางมันชันนี่นา เราเป็นหอบด้วย) ก็หยุดกัน แล้วก็ค่อยๆเดิน แบ่งช็อคโกแลตกัน ให้พลังงาน เป็น item สำคัญสำหรับการเดินแบบนี้เลยทีเดียว แอบเสียดาย... vodka เราใส่กระเป๋าเพื่อนไว้ มันไม่ได้เอามาด้วย...

ในที่สุดก็ถึงยอด... แล้วก็เริ่มเดินลงได้... เราก็สบายไปหน่อยละ อย่างน้อยขาลงเราก็ไม่หอบละทีนี้ อาจจะช้าเพราะกลัวความสูงกับลื่น แต่ว่าไม่ต้องหยุดแล้วล่ะ

ทว่า... ปัญหาก็ยังไม่หมดไป... คือมาถึงยอด มองลงไป ก็พบความจริงว่า... มองหาทางไม่เจอ......... เพ่งนานมาก... จะลงกันยังไงละเนี่ย???

ไม่พอ... หมอกลงด้วยค่ะ มองเห็นไม่เกิน 20 เมตรข้างหน้า... อยากบอกว่าโชคดีที่ไม่หนาว ไม่งั้นเราตายแน่ๆ คิดสภาพ สถานการณ์ตอนนั้น ทุกคนเปียกจนชุ่ม มองหาทางไม่เจอ หมอกลง และเราเป็นหอบ... สุดๆ อ่ะ

เมืองนี้... สัญญาณมือถือก็ห่วยมากซะด้วย... ตอนอยู่ hostel ยังต้องใช้ตู้โทรเลย... บนเขามันจะมีได้ไง???

แต่ว่าโชคดีว่าพี่ๆ เค้าคงเข็ดจากทริปก่อน... มาคราวนี้... เค้าเลยพกเข็มทิศกับ gps มาด้วย... คราวนี้เต็มสตรีม กางแผนที่ หมุนเข็มทิศ หาสัญญาณ GPS เลยหาทางกันได้...

ไม่มีอารมณ์ถ่ายมา แต่ว่าคล้ายๆกับรูปข้างล่างนี่ค่ะ

แต่ปัญหาคือ... สองข้างทางมันก็เขียวด้วยน่ะสิ มันไม่ได้น้ำตาล... มันแค่เป็นเส้นเขียวๆ ที่ทำให้คิดว่าใช่ทาง... แต่ว่ามันก็เล็กเกินกว่าจะรู้สึกว่ามันจะเป็นทางในแผนที่ได้ (ที่นี่ไม่มีป้ายบอกทาง... เดินมาไม่เจอป้ายเลยแม้แต่รอบเดียว...) แถมบางทีมันยังมีรอยแบบนี้ตัดกันด้วย... แต่ทางในแผนที่มีทางเดียว...

โชคดีที่(พี่ๆ)เตรียมตัวมาดี พวกเราก็เลยลงมาได้ถึงข้างล่าง

นี่เป็นรูปตอนตีนเขาแ้้ล้ว เราเดินลงมาจากหมอกนี่แหละ เหอๆ มองย้อนไปนี่แอบคิดนะว่าลงมาได้ไง...

 

พอรอดตายก็มีปัญหาใหม่... ปวดฉี่............. ก่อนหน้านี้ ที่ Windermere เขามันมีซอกๆ บังๆ กันเยอะ พี่ๆ เค้าก็ไปแอบทำธุระกันได้... (เรายังไม่ได้ลอง) แต่ที่ตอนที่ยืนอยู่นั้น... โคตรโล่ง... มีีทำเลเดียวทีมีหินสองสามก้อนสูงกว่าหัว....... พี่ๆ เค้าก็เลยจะใช้ตรงนั้นแหละ เป็นห้องน้ำ... บอกให้เราไปใช้ด้วย............ ไม่เข้าก็ได้ค่ะ... รอ taxi ไปเข้าที่ hostel แล้วกัน.................

กว่า taxi จะมา รอจนจะเป็นลม... แบบว่าพอมาปุ๊บ เรารีบขึ้นรถทันที 555+

 

วันนั้นกว่าจะถึง hostel แทบแย่เลยทีเดียว... ตอนช่วงที่ทั้งหอบทั่้งเปียกบนนั้น... แอบคิดวูบมาเลยว่า กรูจะได้ลงไปไหม??? เราจะได้คุยกับที่บ้าน กับเพื่อน อีกไหม??? ได้ใช้ตู้โทรศัพท์โืืทรเลยทีเดียว...

โชคดีที่เป็นวันสุดท้าย หมดแรงเลยวันนั้น นอนตั้งแต่สองทุ่มกว่า หลับสนิทยันเช้า...

 

แอบคิดว่าวันนั้น... ถ้าตอนเช้าไม่ได้เอาเราไปออกแรงเดินไต่เนินราวสองชั่วโมง... ตอนบ่ายเราคงไม่โทรมขนาดนั้น... เดินติดกันมาสามวันด้วย... ถ้าไม่ได้วางแผนอัดแบบนี้ เราว่าเราก็คงไม่อืดเป็นเต่าคลานเหมือนตอนนั้น

 

วันที่ห้าก็กลับ Oxford พอดี... มาขึ้นรถไฟที่ Ravenglass ค่ะ

สถานีรถไฟ... เห็นรูปแล้วเจ็บใจมาก ไปตั้งหลายวัน ฟ้ามืดตลอดอ่ะ... วันกลับ... ฟ้าสวยจนน่าโมโห

 

พอกลับมาได้โดยปลอดภัยแบบนี้เนี่ย... มานึกย้อนๆ ไปก็รู้สึกนะว่าเป็นทริปที่น่าประทับใจ วิวสวย ของกินอร่อย พี่ๆ เค้าก็ใจดี ไม่บ่นเราเลยสักคำ แม้ว่าเราจะช้ายังกับเต่าคลาน (เราก็ำพยายามไม่งอแงเวลาเหนื่อยเหมือนกัน) แต่แอบสงสัยมาจนบัดนี้... ไหนบอกว่าไปพายเรือชิวๆคะ??? ยังไม่ไ้ด้เอาเท้าเหยียบเรือเลยเถอะ???

สรุปว่าทริปนี้... เราโดนหลอกไปใช่ไหมเนี่ย???

 

 

จริงๆ แล้ว... อยากบอกว่า Lake District เป็นที่ๆ ไม่ได้ลำบากมาก แต่ว่าต้องเตรียมพร้อมจริงๆ เสื้อผ้า รองเท้า ต้องกันน้ำได้จริง (ไม่ใช่กันฝนปรอยๆ แบบของเรา) เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม นกหวีด ไว้ขอความช่วยเหลือ เข็มทิศ แผนที่ gps ถ้ามี แล้วก็ ช็อคโกแลต เอาไว้ให้พลังงาน ยาประจำตัว เช่น ยาแก้หอบ เตรียมร่างกายให้แข็งแรง วางทริป ก็วางให้มันชิวๆ เผื่อๆ ไว้ก่อน อย่าอัดๆ เหมือนทริปนี้ แบบว่าเช้าก็เดิน บ่ายก็เดิน เดินทุกวันติดกันไม่มีวันเบาๆ คั่น... แบบนี้มันจะทำให้โทรม เหนื่อยง่ายค่ะ

ถ้าไม่ได้เป็นเหมือนเราที่เป็นหอบพร้อมกลัวความสูง... ทริปนี้คงแค่ตื่นเต้นกำลังดีค่ะ

 

อ่านเอาขำๆ กับความอนาถของเรา... รู้สึกว่าตัวเองดเหยาะแหยะมากจริงๆ นะเนี่ย

จะว่าไป... ตอนกลับมาพี่ที่เคยไป Austria กับ Switzerland ด้วยกัน แต่ไม่ได้ไปรอบนี้ เค้าถามเราด้วยว่า พี่ๆ พวกนั้นนึกยังไงชวนเราไป Lake District??? แค่วิ่งขึ้นรถไฟที่ Austria เราก็แทบตายแล้ว...

นั่นสิ... หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ว่าเค้านึกยังไงมาชวน แต่ก็ดีใจที่ชวนนะ ถ้าให้เราคิดไปเอง ชาตินี้คงไม่ได้ไป 555+

 

ยังไงก็ตาม อย่าลืมรดน้ำนะคะ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
แกนี่ช่างเป็นหญิงเหล็ก.. บึกบึนมากๆ

สถานีรถไฟภาพสวยมากก แต่พวกเนินหญ้าตลกดี ชอบแกะ

จะว่าไป.. นั่นสิ มันพายเรือชิวๆ ตรงไหนวะทริปนี้ 555+
#1  by  Sp@rk At 2009-06-05 00:55, 
แกว่าเราหญิงเหล็กเหรอ???

พี่ผู้หญิงอีกคนที่ไปด้วย เค้าไม่มีปัญหาอะไรเลย
ไม่ว่าจะเรื่องเหนื่อยหรือห้องน้ำกลางทุ่ง sad smile
#2  by  Noir At 2009-06-05 00:58, 
555+
#3  by  Sp@rk At 2009-06-05 01:03, 
ไม่สนใจเรื่องความใกล้ตายของแกซะแล้ว เห็นรูป 4-5 รูปแรกแล้วอยากให้ใครซักคนไปถ่ายหนังไล่เชือดกันในนั้นมากๆ - -*

(ใครมันจะไปไล่เชือดกันกลางท้องกลางทุ่งวะ)
#4  by  nanoguy At 2009-06-05 01:47, 
เกือบตายแล้วจริงๆ ^^" ดีใจที่รอดกลับมาได้ ฮ่าๆ
รูปสวยนะ ฟ้าวันกลับมันสวย(เยาะเย้ย)จริงๆ กร๊าก
แต่... ไปเดินกับเดินกับเดินแบบนี้ คงไม่เหมาะกับเราเท่าไหร่นัก sad smile
#5  by  mishiko~ (131.111.213.38) At 2009-06-05 03:01, 
ขอบคุณค่ะ
#6  by  โหลดเพลง (124.157.236.176) At 2009-10-06 12:47, 
Que se ra
#7  by  scratch and dent (124.157.236.175) At 2009-11-13 10:51, 

<< Home