2009/Nov/15

มีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นกับรุ่นน้องคนหนึ่งของเรา แม้ว่ามันจะไม่ได้อันตรายถึงขั้นบาดเจ็บ...

แต่ก็เป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกสิ้นหวังกับสังคมสมัยนี้ได้อย่างสุดซึ้ง...

จนถึงขั้นที่ทำให้เราอัพบล็อคมีสาระขึ้นมาได้เลยทีเดียว...

______________________________________________

 

เรื่องมีอยู่ว่า... รุ่นน้องของเราคนหนึ่ง เป็นสาวน้อยน่ารัก ไปเดินช๊อปปิ้งกับเพื่อนสาวอีกคนหนึ่ง ณ Oxford Street ถนนช้อปปิ้งชื่อดังในกรุงลอนดอน... เป็นถนนขนาดใหญ่และสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายของติดกันเป็นแถบ ไม่ได้มีที่เดินช้อปตามตรอกซอกซอยเล็กๆเหมือนสยามสแควร์บ้านเราแต่อย่างใด...

ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 5 โมงเย็นของวันเสาร์ที่ 15 ก.ย. ซึ่งแม้ว่าท้องฟ้าหน้าหนาวจะมืดเร็ว แต่ว่าร้านขายของต่างๆ ยังไม่ปิด ดังนั้นมันจึงไม่เปลี่ยวแต่อย่างใด... รุ่นน้องและเพื่อนได้ไปกด ATM จากตู้ ATM ที่อยู่ริมถนนนั้น รายล้อมด้วยรถที่จอดติดๆ และคนเดินช๊อปปิ้งไปมา... แถมยังมีคนต่อคิวกดเงินอยู่หลายคนอีกต่างหาก...

รุ่นน้องและเพื่อนก็ได้คิวกดเงินพร้อมกัน... ก็เริ่มกดเงินตามขั้นตอน... ใส่บัตร กดรหัส....

ทันใดนั้นเอง... ก็มีผู้ชายสองคน ใส่เสื้อมีฮู้ด... หน้าตาท่าทางเป็นแขก (แต่แขกเอเชียใต้หรือตะวันออกกลางก็ไม่แน่ใจ) ถือหนังสือพิมพ์มาบังหน้าน้องเรา พร้อมกับพูดประมาณว่า เอาหนังสือพิมพ์ไหม? ทำไมไม่เอาล่ะ? บลาๆๆ เหมือนพวก Homeless ขายนสพ.ประมาณนั้น

รุ่นน้องเราก็ตกใจมาก คิดว่าถ้าเอามือบังแป้น เค้าคงทำอะไรไม่ได้ โดยลืมคิดถึงปุ่มตรงหน้าจอ... ซึ่งชายสองคนนั้นก็กดปุ่มที่จอ แต่ก็ไม่เห็นว่ากดอะไร น้องเค้าก็ได้ยินเสียง atm ร้องเวลาบัตรจะออกมา (ที่นี่บัตรออกก่อนเงินนะคะ ไม่เหมือนเมืองไทย) น้องเค้าก็เลยรีบคว้าบัตรวิ่งหนีไปทันที..

ตอนหลังเช็คยอดเงินจากตู้ ATM อื่น... ก็พบว่า... เงินหายไป 200 ปอนด์... ประมาณหมื่นบาท... คือไอ้เลวสองคนนั้นมันกดปุ่มจำนวนเงินที่มากที่สุดนั่นเอง...

น้องเค้าเลยโทรไปหาธนาคาร ซึ่งเค้าก็บอกว่า ไม่ต้องแจ้งตำรวจก็ได้ เพราะว่ามีแต่ทำให้เรื่องยากขึ้น สองคนนี้ท่าทางเป็นพวกต่างด้าวเข้าเมืองมา จะจับก็คงยิ่งยาก ไม่น่าจะอยู่แถวย่านนั้น แล้วธนาคารก็ระงับบัญชีน้องเราไปก่อน เพราะน้องเราไม่เห็นว่าสองคนนั้นกดปุ่มอะไรบ้าง เพราะโดนเอานสพ.บังหน้า...

เหตุการณ์ทั้งหมด มันเกิดขึ้นไวมาก ขนาดที่ว่าทั้งๆที่คนที่ต่อแถวกด ATM ร้องโวยวาย เรียกให้คนช่วย... แต่ว่าก็ไม่มีใครช่วยทัน

 

จริงๆ แล้ว... เรื่องนี้คงไม่ได้แปลกอะไรมาก...

ถ้า

1.     น้องเค้ากดเงินที่ตู้ริมถนนใหญ่ คนโคตรพลุกพล่าน

2.     น้องเค้าก็ไม่ได้ไปกดเงินคนเดียว เพื่อนกดอยู่ตู้ข้างๆ แถมมีคนต่อแถว...

แต่ก็ทำให้เห็นว่า... แต่สองคน... อาจจะน้อยเกินไป... ท่าทางต่อไปนี้... ถ้าจะไปกดเงิน ควรไปกับเพื่อนเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ไม่งั้นก็กดในที่ที่มียาม อย่างพวกสถานีรถไฟใต้ดิน หรือว่าตู้ในธนาคารสินะ... อันตรายได้อีก

อย่างไรก็ตาม โชคดีที่มันไม่ได้ทำร้ายรุ่นน้องเรา... เพราะไม่งั้นก็คงจะแย่มาก เป็นผู้หญิง ตัวเล็กๆ สองคน... สู้อะไรไม่ได้แน่...

 

______________________________________________

 

จริงๆ แล้ว... ก่อนที่จะได้รู้เรื่องรุ่นน้อง... คืนก่อนหน้า เราก็ได้คุยกับเพื่อนเรื่องอาชญากรรม อะไรแบบนี้เหมือนกัน... ฟังแล้วเปิดโลกทัศน์ให้รู้ถึงความชั่วของคนบางคนมากๆ ขอเอามาเล่าอีกบางเรื่องแล้วกัน...

______________________________________________

 

เหตุการณ์ที่หนึ่ง...

บ้านเพื่อนของรุ่นพี่ เป็นบ้านไม้แบบเก่า แล้วครอบครัวนี้ชอบซื้อทองแท่งกัน... แต่ว่าเก็บทองไว้ในตู้เซฟอย่างดีที่บ้าน... มีอยู่ช่วงหนึ่ง... ครอบครัวนี้ทั้งบ้านไปเที่ยวเชียงใหม่เดือนนึง ประมาณว่ามีบ้านอยู่ที่นั่นเหมือนกัน พอกลับมา... หายไปทั้งตู้เซฟ ตามจับคนร้ายก็ไม่ได้...

แต่ว่า 2-3 ปีต่อมา... เหมือนโจรคนเดิมจะมาขโมยใหม่... แต่ว่าไม่รู้ยังไง จับได้... เลยได้ทองคืนบ้าง (คิดว่าเป็นเพราะทองแท่ง น่าจะเอาไปขายได้ยากกว่า เพราะมูลค่ามันเยอะมาก)

ปรากฎว่า... คนที่เป็นโจร ก็คือยามหมู่บ้านนี่เอง

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า... ของมีค่า เก็บในเซฟก็หายได้ทั้งเซฟ และแน่นอนว่าแม้แต่ยามก็ไว้ใจไม่ได้

______________________________________________

 

เหตุการณ์ที่สอง...

อันนี้เกิดขึ้นกับน้องสาวเราเอง ตอนนั้นน้องเราอยู่บ้านคนเดียว... พ่อแม่ทำงาน แล้วเราอยู่อังกฤษ พี่เลี้ยงก็ไม่อยู่ เป็นเวลาบ่ายๆ ตอนกลางวัน...

บ้านเราเป็นทาวน์เฮ้าส์สองชั้น ชั้นสองมีแต่ห้องนอนพ่อแม่ ห้องนอนเรากับน้อง ห้องน้ำ แล้วก็ห้องพี่เลี้ยง เพดานก็เป็นฝ้าแบบแผ่นๆ คล้ายๆ แผ่นกระเบื้อง... ดันขึ้นก็เปิดได้ถึงหลังคา...

วันนั้นน้องเรานอนเล่นอยู่ในห้อง ก็เหมือนได้ยินเสียงดังมาจากห้องพี่เลี้ยง... เลยเดินเข้าไปดู ก็เหมือนเห็นว่ามีเงาคนก้มแอบอยู่หลังตู้ในห้อง น้องเราเลยตกใจมาก รีบโทรหาแม่... แม่เลยบอกว่าให้รีบออกมาจากบ้าน...

ปรากฎว่า... คนที่เข้ามา... เค้าอยู่บ้านเช่าข้างๆบ้านเรา แล้วเค้าบอกว่าเค้าตกลงมา.....

ตกลงมา........... ตกลงมา.......................................................

ถ้ามันเป็นอุบัติเหตุจริงทำไมแกไม่ร้องเลยสักนิดวะ???

แล้วไม่งั้นตอนน้องเราเข้าไปทำไมต้องแอบ?????

แล้วอีกอย่าง... ต่อให้แกตกลงมาจริง...

ถ้าแกซ่อมหลังคาบ้านตัวเอง... จะมาตกที่บ้านเราได้ยังไง?????????????????????????????

พ่อกับแม่เราสุดท้ายก็ไม่แจ้งความ และไอ้บ้านั่นก็ย้ายออกจากบ้านเช่านั่นไป... โชคดีมากที่ตอนนั้นเราไม่อยู่ไทย... ไม่งั้นเราคงดึงดันจะแจ้งความแน่ๆ แต่ที่แย่ที่สุดก็คือ... พ่อคะ... แม่คะ... บ้านเรามันไม่ปลอดภัยนะคะ แล้วพ่อกับแม่ก็มีแต่ลูกสาว... ทำอะไรกับมันบ้างสิคะ!!!!!!!! อยากจะเป็นลม....

 

แต่จะว่าไป... ก็ยังดีกว่าบ้านเพื่อนเรา... ที่โดนโจรเข้ามาเอาไขควงจี้ขอพี่เลี้ยงที่เฝ้าบ้านคนเดียวตอนบ่าย โชคดีที่มันสั่งให้พี่เลี้ยงไปเอาพวกของมีค่ามา พี่เลี้ยงเลยวิ่งหนีออกไปทางหลังคารอดไปได้...

 

อันตรายโคตรๆ

______________________________________________

 

เหตุการณ์ที่สาม...

อันนี้เป็นเรื่องของเรากับเพื่อนเราเอง... เมื่อสองสามปีมาแล้ว

เรื่องมีอยู่ว่าวันนั้นเรากับเพื่อนเดินจากรถไฟใต้ดินเพชรบุรีไปคอนโดเพื่อนเราที่ริมถนนอโศก ใกล้ๆตึกแกรมมี่ ตรงข้ามลานเบียร์สิงห์... ตอนนั้นประมาณหัวค่ำ ไม่เกินสองทุ่ม ยังมีคนเดินไปมา รถก็ยังติดเต็มถนนอยู่เลย... ต้นไม้สองข้างทางก็ไม่มี ทำให้ไม่น่ามีมุมอับ แม้ว่ามันจะมืดก็เถอะ... เรากับเพื่อนเดินผ่านไซ้ท์ก่อสร้างของมศว. ที่อยู่ติดกับคอนโดเพื่อนเราเลย... มันเป็นไซ้ต์ก่อสร้างที่แบบว่ามีแค่ทางเข้า แล้วก็เป็นกำแพงสังกะสีสูงๆเลย... คือถ้าพ้นทางเข้าก็ไม่เห็นอะไรแล้วอ่ะ ตอนที่กำลังเดินคุยกันอยู่ๆ ก็มีคนงานก่อสร้างคนนึง ออกมายืนอยู่ตรงทางเข้า แล้วก็เรียกเรากับเพื่อน ประมาณว่า น้องๆ พี่ถามอะไรหน่อยได้ไหม... อะไรแบบนี้....

คือก็อย่างที่ว่า... เค้ายืนอยู่ตรงทางเข้า... จากตำแหน่งที่เข้ายืน... ห่างกับเราไม่เกินห้าก้าว ถ้าเราใกล้เค้ากว่านี้ เค้าคงสามารถลากเราเข้าไปในไซ้ท์ก่อสร้างภายในครึ่งนาทีได้แน่นอน...

ถ้าเป็นอย่างนั้น เราคงไม่รอดแน่ๆ เพราะมันไม่มีคนเห็น

เรากับเพื่อนด้วยความที่เป็นคนระแวงคนแปลกหน้าอยู่แล้ว... (ซึ่งก็แน่ล่ะ แกจะมีปัญหาอะไรถึงมาเรียกเรามืดๆค่ำแบบนี้ ทั้งๆที่มีป้อมยามอยู่ห่างไปแค่สิบเมตรฟระ???) รีบจ้ำหนีอย่างไม่คิดอะไรทั้งสิ้น... ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้คิดอะไรแล้วใจดีตอบขึ้นมา... เราก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงเหมือนกัน...

 

ที่หลอนสุดคงเป็นมาเล่าให้เพื่อนที่เรียนมศว.ฟัง... แล้วเพื่อนตอบประมาณว่า เคยมีคนเจอศพนักเรียนหรือไม่ก็นักศึกษาโดนข่มขืนที่ไซ้ท์ก่อสร้างนั่นเหมือนกัน..................

ฟังแล้วเฮือกมาก...

แม้แต่ริมถนนใหญ่... ก็ไม่ได้ปลอดภัยนะคะ

 

พอเล่าให้คนอื่นฟัง... ก็มีคนบอกว่าเหมือนเรื่องที่เคยลงใน pantip ที่ผู้ชายมาส่งแฟนที่หน้าปากซอย ห่างจากบ้านไม่ถึง 100 เมตร แล้วผู้หญิงลงมา ก็โทรคุยกับที่บ้านว่าอยู่หน้าปากซอย แต่ว่าก็ไม่ถึงบ้าน โดนฉุดซะก่อระหว่างทาง ตอนที่คุยกับที่บ้านอยู่นั่นแหละ ที่บ้านแจ้งตำรวจ แต่กว่าจะหาเจอก็รู้สึกว่าจะผ่านไปสองสามวัน ก็พบศพอยู่ในบ้านที่กำลังก่อสร้างแถวๆ บ้านนี่เอง ทั้งๆที่อีกนิดเดียวก็จะถึงบ้านแล้วแท้ๆ

 

แต่จริงๆ นะ... ไซ้ต์ก่อสร้างนี่มันอันตรายจริงๆ เวลาเดิน... ถ้าเลือกได้เดินอ้อมไปห่างๆ หรือเลี่ยงไม่เดินผ่านได้คงจะดี...

______________________________________________

 

เหตุการณ์ที่สี่...

เป็นเรื่องของเพื่อนของรุ่นพี่อีกคน เพื่อนเค้าเรียนอยู่ลอนดอน แล้วไปรับเลี้ยงหมา ประมาณสองสามวันระหว่างเจ้าของไปเที่ยว ปรากฎว่าหมาตายก่อนที่เจ้าของกลับวันสองวันเท่านั้น เค้าเลยคุยกับเจ้าของหมา แล้วเจ้าของก็เลยบอกว่าให้เอาศพหมาไปให้สัตวแพทย์ชันสูตรแล้วกันว่าเป็นอะไรตาย... เพื่อนพี่เค้าก็ไม่รู้ว่าจะเอาศพหมาที่ไปยังไงดี รู้สึกว่าจะตัวใหญ่เหมือนกัน สุดท้ายก็เลยตัดสินใจเอาใส่กระเป๋าเดินทางลากไปขึ้นรถไฟใต้ดิน แล้วช่วงที่ลากลงไป... ก็เหมือนมีคนมาช่วยยก แล้วก็แบบว่ามาถามว่าข้างในมันเป็นอะไร พี่เค้าก็คิดว่าคนนั้นเป็นเหมือนเจ้าหน้าที่สถานี ก็เลยไม่กล้าบอกว่าเป็นศพหมา เพราะไม่รู้ว่าเค้าจะว่าอะไรไหม หรือว่ามันผิดกฎรึเปล่า เค้าเลยบอกไปว่าเป็นสเตอริโอ... แล้วระหว่างที่เค้ากดตั๋วนั่นเอง... ปรากฎว่าผู้ชายคนนั้นก็วิ่งมาลากกระเป๋าไปเลย... คงคิดว่าจะได้สเตอริโอกลับไป...

จริงๆ เรื่องนี้แอบฮา... แต่ว่านะ... แปลว่าต่อให้เป็นสเตอริโอ ก็ไม่ควรบอกว่าเป็นสเตอริโอ... อย่าบอกคนแปลกหน้าว่าพกของมีค่า ไม่งั้นก็อาจจะเจอแบบกรณีนี้ได้...

______________________________________________

 

เหตุการณ์ที่ห้า... และหก....

มันไม่ได้อันตรายมาก... แต่เป็นเรื่องที่อาจทำให้เจอคนโรคจิตได้....

เพื่อนของเพื่อนอยู่ที่อังกฤษเหมือนกัน... โดนเด็กส่งพิซซ่าจีบ... ซึ่งมันคงไม่ได้เป็นอะไรมาก ถ้าเค้าจะไม่ได้ดูเบอร์โทรบนใบเสร็จแล้วโทรมาจีบ... ประมาณว่าโทรมาชวนไปกินข้าว แปลเพลงไทยส่งมาให้... คือถ้าเป็นแค่พนักงานไร้มารยาทก็ดีไป... แต่ว่าถ้าเป็นคนโรคจิตล่ะ? หรือว่าเป็นพวกที่มีแนวโน้มว่าจะมาทำอะไรเราได้... เพราะว่าเป็นเด็กส่งพิซซ่า... ก็แปลว่ารู้ว่าบ้านอยู่ไหน... ดีไม่ดีอาจจะรู้ว่ามีคนอยู่กี่คนด้วยก็ได้... แถมยังรู้เบอร์โทรอีก.... น่ากลัวได้อีก...

อีกเรื่องก็อารมณ์เดียวกันเลย... เป็นเรื่องของน้องสาวของรุ่นพี่คนหนึ่ง... เค้าอยู่ไทย... แล้วเหมือนไปเติมเงินที่ศูนย์ให้บริการมือถือเครือข่ายหนึ่ง... แล้วปรากฎว่าพนักงานจดเบอร์ไว้แล้วโทรมาจีบ!!!

รุ่นพี่เราเลยโทรไปโวย ซึ่งก็โชคดีที่จบไป... เพราะคิดดูว่าถ้าเค้าแค้นหรือเค้าเป็นคนโรคจิต... เค้ารู้เบอร์โทร เค้าก็หาชื่อ ที่อยู่ได้อีกเหมือนกัน....

 

กรณีแบบนี้... รู้สึกแย่กับผู้ชายหน้าม่อประเภทนี้มาก... เป็นการจีบที่ไร้มารยาท ไร้จรรยาบรรณ และทำให้รู้สึกเหมือนเจอคนโรคจิตได้หลอนโคตรๆ ไม่เข้าใจว่าใช้วิธีแบบนี้ คิดได้ไงว่าจะจีบติด บ้าไปแล้ว!!!

______________________________________________

 

รู้สึกเหนื่อยกับสังคมสมัยนี้มากๆ พวกโจรมันจะสร้างสรรค์วิธีทำเลวกันเกินไปแล้ว...

ทั้งพวกหลอกว่ามีลิขสิทธิ์ หลอกว่าจะคืนภาษี ป้ายยา วางยาผู้หญิง...

แถมยังพวกโรคจิตอีกมากมายมหาศาล ที่เหมือนจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองโรคจิตอีก...

รู้สึกว่าการจะมีชีวิตรอดไปวันๆนึงนี่... มันทำไมต้องระมัดระวังขนาดนี้??? เราจะกลายเป็นโรคจิตหวาดระแวงอยู่แล้วนะเนี่ย!

หวังว่า entry นี้จะช่วยป้องกันให้คนตกเป็นเหยื่อน้อยลงบ้าง... มันก็อาจจะยังคงมีด้านดีเหลืออยู่ในสังคมสมัยนี้บ้างก็ได้...

 แต่ว่าโดยส่วนตัวแล้ว... ถึงแม้จะรู้ว่าโลกนี้ยังไม่สิ้นคนดี เราสิ้นหวังกับสังคมสมัยนี้ไปแล้วล่ะ!!!

Comment

Comment:

Tweet


หลอน สยอง และสิ้นหวังมาก=____="

ปกติเราเป็นคนไม่ค่อยไปไหน เลยไม่ค่อยเจออะไรแบบนี้ ก็เลยไม่ได้ระแวงอะไรใครเลย ใครเรียกให้ช่วยก็ไปช่วย
แต่หลังๆก็พยายามระวังตัว เพราะได้ยินเรื่องแบบนี้เข้าหูบ่อยขึ้นมาก

สังคมมันเละแล้วจริงๆ...
#10 by -shinya- At 2009-11-20 00:38,
คิดซะว่าอะไรที่ผิดพลาดมามันเป็นประสพการณ์ให้เราเรียนรู้ในทางที่แกร่งขึ้น และจะได้ระวังตัวได้ดีกว่านี้ขึ้น

พูดถึงออกซ์ฟอร์ดสตรีทนี่ไม่แปลกใจเลยนะ เพราะว่าพวกมิจฉาชีพพวกนี้มันจับตาเลือกแต่คนต่างชาติหรือทัวร์ริสอยู่แล้ว โดยเฉพาะล้วงกระเป๋าอะไรพวกนี้มันเซียนมาก จริงๆแล้วหน้าตู้ATM ส่วนมากจะมี CCTV ติดอยู่ที่คลุมบริเวณนั้นทั้งหมด ส่วนมากSecurity ของธนาคารจะ runs คลิปในวิดิโอดูทันทีแล้วเขาจะ radio บอกร้านและตำรวจไปเป็นระยะๆ ...


แต่เชื่อเรานะ อะไรพวกนี้มันจะสอนให้เราแกร่งขึ้นจริงๆ big smile
#9 by ลอนดอนเกิลล์ At 2009-11-18 00:13,
รู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว (เพราะตอนนั้นก็นั่งฟังอยู่ด้วยกัน)
แต่หลอนเรื่องที่สามมาก

//กดดาวให้ จะติดมั้ยน้อ
Hot! Hot! Hot!
#8 by mishiko~ (131.111.213.38) At 2009-11-17 00:30,
Hot! สังคมสมัยนี้เป็นสังคังไปหมดแล้วsad smile
#7 by Mango Hotel At 2009-11-15 23:59,
อืม...ไม่น่าปล่อยให้น้องแกอยู่บ้านคนเดียวเลยนะ
สมัยนี้ทุกอย่างรอบตัวเราอันตรายทั้งนั้น
ทั้งๆที่เราคิดว่ามันไม่อันตรายก็ดันอันตราย - -"

แอบฮาเรื่องที่ 4

Hot! Hot! Hot! Hot!

โหวตๆให้คนได้อ่านกันทั่วๆ
#6 by Silver_Moony At 2009-11-15 20:24,
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

หลอนว่ะ.... โดยเฉพาะไอ้ข้างบ้าน...

เมื่อไหร่แกจะไปเข้าคอสฝึกป้องกันตัวของผู้หญิง อย่าลืมพากิ๊กไปด้วยนะ = =

เราก็ไม่ค่อยชอบยามที่บ้านเราเหมือนกัน แบบไม่รู้ทำไม บางทีก็เหมือนเค้ามองเราแปลกๆ (อาจจะแปลกที่อีนี่ทำไมชอบมารดน้ำตอนกลางคืน 555+) จริงๆเราก็เป็นโรคระแวงคนแปลกหน้าอะนะ อาจจะไม่มีอะไรก็ได้

ไอ้ไซซ์ก่อสร้าง มศว นั่นอะ เคยลงข่าวหน้าหนึ่งจริงๆนะ แต่หนังสือพิมพ์ไม่ได้บอกว่า ม. อะไร แล้วแม่งก็สร้างตั้งนานแล้ว ไม่เสร็จซักที หอยหลอชจริงๆ เราเดินตอนกลางวันยังหลอนเลยอะ


ข่าวที่แฟนโดนฉุดก่อนถึงบ้าน100 เมตรอะ มันมีเนื้อหาเยอะกว่านี้อีกนะ แฟน(คนผู้ชาย) เค้าก็มาโพสท์เสียใจในพันทิพด้วย ว่าอีกนิดเดียวก็ถึงบ้านแล้ว ไม่คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเห็นใกล้ๆเลยปล่อยให้เดินเข้าไปเอง (อารมณ์ว่า 15 เมตร เลี้ยวหัวมุม จะถึงบ้าน) แต่ไอ้ก่อสร้างคนนั้นมันเล็งผู้หญิงคนนี้มานานแล้วอะ เห็นว่ามันเคยจะลงมือมาครั้งนึงแล้ว แต่ตอนนั้นเหมือนว่าโชคช่วย เลยรอดมาอย่างงงๆ ไม่รู้ว่าตัวเองโดนเล็ง แล้วที่เลวมากคือ ไอ้ฆาตกรนั่นตอนโดนจับ ก็ยังไม่สำนึกผิดเลยแม้แต่นิดเดียว เหี้ยนมาก


ไม่ค่อยเกี่ยวกับเนื้อหาเท่าไหร่ แต่จากการเข้ากระทู้ข่าวเกี่ยวกับพวกเอาเปรียบผู้หญิง เราก็ได้ข้อสรุปของเราเองว่า ไม่ว่าจะเพิ่มโทษไปให้หนักเป็นตัดกระปู๋ คนทำมันก็ไม่สนหรอก เพราะตอนจะทำมันไม่ได้ตั้งใจกะจะโดนจับได้นี่.........


แต่ไอ้หมาตายนั่น สมน้ำหน้ามัน อยากจะเห็นมัีนตอนเปิดกระเป๋าแล้วเจอศพหมาตายจริงๆ มันอาจเก็บไปฝันว่าเจอศพคนในกระเป๋าเลยก็ได้
#5 by lumin At 2009-11-15 17:07,
แวบกลับมากดดาวให้ Hot!
#4 by Sp@rk At 2009-11-15 12:49,
เรื่องแบบนี้เกิดเยอะเกินไปแล้วในสังคม
การป้องกันที่พอทำได้ก็คือต้องรอบคอบระวังตัวให้มากที่สุดล่ะนะ

กดดาวให้ดีกว่า Hot! Hot!
#3 by :nakare: At 2009-11-15 12:19,
่ง่ะ.. มือมันไปโดนปุ่มกดคอมเมนต์.. ยังพิมพ์ไม่จบ

อ่านๆ ดูแล้ว ชั้นกะแกจะรอดจากทริปต่อไปมั้ยวะ... ณ บ้านท่านอีวา่น..
#2 by Sp@rk At 2009-11-15 12:14,
เคยมีคนเจอศพนักเรียนหรือไม่ก็นักศึกษาโดนข่มขืนที่ไซ้ท์ก่อสร้างนั่นเหมือนกัน..................

<--- ถูกต้องแล้ว ได้ยินมาเหมือนกัน เลยเดินกันเป็นหมู่คณะเสมอ.. ไม่ก็สองคนขึ้นไป

อ่าน
#1 by Sp@rk At 2009-11-15 12:13,
poupeegirl fashion brand community
Creative Commons License
This work by Noir666 is licensed under a Creative Commons Attribution-Noncommercial-No Derivative Works 3.0 Thailand License.